แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เซธ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เซธ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ปกรณัมแห่งไอซิส ตอนที่ 5 (จบ)




เทพเซธมิได้ทรงทราบถึงการปลุกพระชนม์จอมเทพโอสิริส แต่เพียงแค่ทรงทราบว่า จอมเทพโอสิริสทรงมีรัชทายาทแล้ว ก็ทำให้พระองค์คลั่งแค้นมาก ทรงมีรับสั่งว่า

ตอนนี้เทวบัลลังก์แห่งโลกว่างเปล่า เทพฮาร์มาคิสผู้พี่ของเรา ก็ไม่ปรารถนามัน มันกำลังจะเป็นของเราโดยชอบ แต่นี่ไอซิสกลับมีลูกชายแอบซ่อนเราไว้

ครอบครัวนี้เป็นอุปสรรคแก่เราแท้จริง เราจักหาตัวเด็กคนนี้ให้พบ และฆ่ามันเสีย
         
พระองค์สั่งบริวารออกไปทั่วดินแดนอียิปต์ เพื่อสืบข่าวเกี่ยวกับยุวเทพโฮรุส ในไม่ช้าก็มีคนพบว่า พระเทวีไอซิสกำลังเสด็จกลับไปยังเกาะเคมมิสอย่างรีบด่วน

ดังนั้น ภายหลังพระเทวีไปถึงเกาะดังกล่าวเพียงไม่ทันข้ามวัน เทพเซธก็เสด็จไปถึง และเร้นกายอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำไนล์ เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม

คืนนั้นเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง เป็นวันที่จันทรเทพคอนซูทรงมีเทวานุภาพสูงสุดในการควบคุมทุกสิ่งบนพื้นพิภพ

พระเทวีไอซิสจึงเสด็จออกจากที่ซ่อน และเริ่มประกอบพิธีบูชาองค์จันทรเทพ เพื่อขออำนาจคุ้มครององค์ยุวเทพ

แต่เพียงองค์เทวีทรงเริ่มหลับพระเนตรและบริกรรมคาถา เทพเซธก็แปลงร่างเป็นแมงป่องขนาดใหญ่ คลานเข้าไปถึงพระแท่นบรรทมของยุวเทพโฮรุส แมงป่องนั้นต่อยองค์ยุวเทพที่กำลังบรรทมถึง 3 แห่ง
         
เสียงร้องของพระโอรส ทำให้พระเทวีเย็นวาบไปทั้งพระวรกาย พระนางรีบกลับเข้าไป อุ้มพระโอรสองค์น้อยขึ้นด้วยพระหัตถ์อันสั่นเทา ทรงกรีดร้องเมื่อเห็นรอยแผลของพระโอรส ทรงทราบทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

พระเทวีไอซิสกอดพระโอรสไว้แนบพระทรวง บริกรรมคาถาอันทรงอานุภาพทำลายพิษแมงป่องทันที
         
พิษร้ายของแมงป่องค่อยบรรเทาลง แต่องค์เทพโฮรุสทรงพระเยาว์เกินกว่าจะทานทนได้ สิ่งนี้ร้ายแรงเกินไปสำหรับพระองค์

เมื่อถึงตอนเช้า พระองค์ก็สิ้นพระชนม์
         
พระเทวีไอซิสทอดพระองค์เคียงข้างพระโอรส ทรงกรรแสงคร่ำครวญปิ่มว่าจะขาดพระทัย น่าเวทนานัก

แต่โดยพลันก็ทรงได้สติ ทรงร้องขอความช่วยเหลือจากมหาเทพธอธ ผู้ทรงอาคมยิ่งกว่าเทพองค์ใดในสวรรค์ เสียงร้องนั้นกึกก้องไปทั่วสามโลก

มหาเทพธอธได้เสด็จมาปรากฏพระองค์เบื้องหน้าองค์เทวี และตรัสว่า
         
พระนางไม่ต้องทรงวิตก โอรสของพระนางจะต้องแก้แค้นแทนบิดาของเขา และจักได้ครองเทวบัลลังก์แห่งโลกต่อไป ดังนั้นในไม่ช้า พระองค์จักฟื้นคืนพระชนม์ชีพอีกครั้งหนึ่ง

เวลานี้พระนางจงปล่อยให้ดวงพระวิญญาณพระโอรสได้ไปสู่ปรโลก เพื่อเข้าเฝ้าองค์จอมเทพโอสิริส หลังจากนั้น พระองค์จักเสด็จกลับมาสู่โลกนี้ และกระทำภารกิจของพระองค์ให้ลุล่วง

ระหว่างนั้น เราจะเรียกประชุมเหล่าเทพเจ้าทั้งหลาย เพื่อลงมติร่วมกันถึงสิทธิในการครองบัลลังก์ของเทพเซธ จงใช้ปรีชาญาณของพระนางเพื่อมิให้เทพเซธสมหวัง




และแล้ว เทวสภาอันศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดขึ้นในโลกมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง

องค์สุริยเทพราได้เสด็จเป็นประธาน ท่ามกลางเหล่าเทพเจ้าและมวลมนุษย์ทั้งหลาย พระเทวีไอซิสก็เสด็จไปเข้าร่วมด้วย

และในไม่ช้า เทพเซธก็เสด็จเข้าสู่เทวสภาอย่างองอาจ เพราะขณะนี้ ดินแดนทั้งหมดในอาณาจักรอียิปต์ ได้ตกอยู่ภายใต้เทวอำนาจของพระองค์แล้ว

แต่เมื่อเทพเซธเริ่มต้นอ้างสิทธิ์ในเทวบัลลังก์ มหาเทพธอธกลับแย้งว่า รัชทายาทของจอมเทพโอสิริสยังอยู่

เทพเซธทรงเดือดดาลมาก ทรงเรียกหาข้อพิสูจน์กระแสรับสั่งของมหาเทพธอธ

ทันทีนั้น พระเทวีไอซิสก็เสด็จออกมาท่ามกลางเทพเจ้าทุกองค์ และตรัสยืนยันสิ่งที่มหาเทพธอธตรัสแล้วทุกประการ

นี่ไม่เป็นความจริง! เทพเซธตรัสอย่างเกรี้ยวกราด

ไอซิสอ้างถึงพระโอรสของจอมเทพ ซึ่งไม่มีตัวตน พวกเราอย่าได้หลงเชื่อ แท้จริงหญิงคนนี้ต้องการครองเทวบัลลังก์ไอยคุปต์เสียเองต่างหาก

องค์สุริยเทพผู้ทรงเป็นประธานแห่งเทวสภานี้ คงจะทรงระลึกได้กระมัง ว่าหญิงคนนี้ได้กระทำสิ่งใด เพื่อช่วงชิงเทวบัลลังก์แห่งโลกจากพระองค์ไปให้สามีของนาง

ขอให้พวกเราทั้งหลาย จงขับไล่นางไปเสียจากที่ประชุมนี้ หาไม่ เราจักทำให้เกิดสงครามครั้งใหญ่ และทุกคนที่ขัดขวางจะไม่มีชีวิตรอด”

สุริยเทพรา ซึ่งทรงไม่พอพระทัยพระเทวีไอซิสอยู่แล้ว ทรงเห็นด้วยทันที

พระองค์รับสั่งให้เลิกการประชุม และทรงมีเทวโองการให้เทพทุกองค์เสด็จมาลงมติร่วมกันในวันรุ่งขึ้น โดยไม่อนุญาตให้พระเทวีไอซิสเข้าร่วมอีกต่อไป

ดูเหมือนเทพเซธกำลังได้เปรียบ แต่เทพนารีผู้เลอโฉมก็มิได้ย่อท้อ

พระนางเสด็จไปวางแผนอันลี้ลับอย่างหนึ่ง ร่วมกับพระขนิษฐา คือเทวีเนฟธีส




วันรุ่งขึ้น พระเทวีไอซิสก็มิได้เสด็จมาร่วมประชุมสภาจริงๆ มีแต่เทวีเนฟธีส ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าได้หนีจากเทพเซธไปนานแล้วเสด็จมา

เมื่อเห็นเช่นนั้น เทพเซธทรงปีติยินดีมาก ยิ่งเมื่อเทวีเนฟธีสรับสั่งว่า การที่พระนางทรงหนีไปจากพระองค์ที่ผ่านมานั้น ก็เพราะถูกสะกดด้วยเวทมนต์อันชั่วร้ายของพระเทวีไอซิส บัดนี้พระนางหลุดพ้นจากอาคมเหล่านั้นแล้ว และกลับมาเพื่ออยู่เคียงข้างพระองค์

เทพเซธถึงกับทรงลืมทุกสิ่ง ประทานอภัย และทรงสัญญาจะแต่งตั้งพระนางขึ้นเป็นราชินีแห่งอียิปต์ ทันทีที่พระองค์ได้ขึ้นครองราชย์

การที่พระองค์จะสถาปนาหม่อมฉันถึงเพียงนั้น เป็นพระกรุณาอย่างหาที่สุดมิได้

เทวีเนฟธีสตรัสอย่างอ่อนหวาน

แต่พระองค์ต้องทรงประกาศสาบาน ต่อเทวสภาเสียก่อนว่า หากหม่อมฉันมีโอรส โอรสของหม่อมฉันต้องได้ขึ้นครองเทวบัลลังก์แห่งอียิปต์ ทันทีที่เทวบัลลังก์นั้นว่างลง

และหากว่าเขายังเยาว์วัยเกินกว่าที่จะกระทำอันตรายแก่พระองค์ พระองค์จักไม่ทรงกระทำอันตรายเขาเป็นอันขาด”

เทพเซธทรงประกาศให้คำมั่นสัญญาต่อที่ชุมนุมของเหล่าเทวะทั้งหลายตามนั้น โดยไม่รอช้า

และพอสิ้นคำประกาศนั้นเอง องค์เทวีเนฟธีสก็ทรงพระสรวล

จากนั้น พระวรกายก็เปลี่ยนไปเป็นพระเทวีไอซิส ท่ามกลางความตกตะลึงของเทพทุกองค์ รวมทั้งสุริยเทพรา

พระเทวีไอซิสตรัสว่า

ฉันคือไอซิส ชายาขององค์จอมเทพโอสิริส มารดาของโฮรุส ผู้ทรงเป็นรัชทายาทอันชอบธรรมของอียิปต์

ณ บัดนี้ เทพเซธได้กระทำสัตย์สาบานแล้วว่า ลูกชายของฉันจักได้ครองเทวบัลลังก์แห่งโลกซึ่งว่างอยู่ ด้วยคำสาบานนั้น เทพเซธเป็นผู้รับรองแล้วว่า โฮรุสคือเทวกษัตริย์อันชอบธรรม ขอให้เทพเจ้าทั้งหลายที่นี่ทรงเป็นสักขีพยานด้วยเถิด

เหล่าเทพยดาทั้งหลายทรงโห่ร้องด้วยความพอพระทัย ในความชาญฉลาดของพระเทวีไอซิส ที่ทรงเอาชนะเทพเซธได้สำเร็จ แม้แต่องค์สุริยเทพก็ยังต้องทรงพระสรวล

ขณะเดียวกับที่เทพเจ้าเซธประทับยืนนิ่ง แทบจะกลายเป็นก้อนศิลา

ก่อนจะทรงคำรามด้วยพระเสียงกึกก้อง จนภูเขาใหญ่น้อยทั่วแดนอียิปต์สั่นสะเทือนแทบพังทลาย พระองค์รับสั่งว่า




เทพเจ้าเมื่อพูดแล้วย่อมไม่คืนคำ แต่โฮรุสจะไม่มีทางได้ครองแผ่นดินเป็นอันขาด เราจักรอให้มันโตเป็นหนุ่ม แล้วค่อยประหารมัน!“

จากนั้น เทพเซธและบริวารก็พากันกลับอาณาจักรทะเลทราย

พระเทวีไอซิสได้เสด็จกลับเข้าไปประทับในพระราชวังแห่งธีบีส ดำรงตำแหน่งสุริยรานี ผู้สำเร็จราชการแทนองค์ยุวเทพเป็นการชั่วคราว และผืนแผ่นดินไอยคุปต์ก็สงบสุขอีกครั้ง

จนเมื่อองค์เทพโฮรุส เสด็จกลับมาเกิดในร่างมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง และเมื่อเจริญพระชันษาขึ้น พระองค์พร้อมกับเทพฮาร์มาคิส และผู้จงรักภักดีก็ยาตราสู่สมรภูมิ

ในระหว่างการต่อสู้ ในสงครามอันศักดิ์สิทธิ์และยาวนาน กองทัพของเทพโฮรุสมีชัยชนะเหนือกองทัพของเทพเซธในการต่อสู้ทุกครั้ง 

และในที่สุด หลังจากหมดสิ้นกองกำลังในมือ เทพเซธก็พ่ายแพ้ และถูกเทพฮาร์มาคิสจับได้

แต่เมื่อพระองค์ถูกนำตัวไปถึงเทวสภา และถูกองค์สุริยเทพตัดสินให้ถูกประหารด้วยดาบของเทพโฮรุส พระองค์ก็แปลงเป็นงูสีดำเลื้อยหนีไปได้อีก

เทพโฮรุส ต้องยกทัพออกตามล่าปรปักษ์ของพระองค์อีกครั้ง จนในที่สุดการรบครั้งสุดท้ายได้บังเกิดที่เมือง เอ็ดฟู (Edfu)

ที่นั่น เทพโฮรุสสามารถประหารเทพเซธ ซึ่งแปลงร่างเป็นฮิปโปโปเตมัสสีแดงขนาดยักษ์ได้สำเร็จ




โดยระหว่างการรบ เทพเซธสามารถควักดวงเนตรศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้ข้างหนึ่ง

พระเทวีไอซิสเป็นผู้เก็บรักษาพระเนตรข้างนั้นไว้ ก่อนที่มหาเทพธอธจะประจุอาคมให้กลายเป็น วัดจัท (
Uadjat) สัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจ

หลังจากนั้น เทพโฮรุสจึงเสด็จกลับมายังธีบีส และเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นเทวกษัตริย์ครองแผ่นดินอียิปต์ ต่อจากพระบิดาเป็นเวลาหลายร้อยปี กษัตริย์ที่เป็นมนุษย์จึงได้ครองราชย์สืบต่อกันมา โดยถือกันว่าสืบเชื้อสายต่อมาจากพระองค์

ส่วนพระเทวีไอซิส ยหลังสิ้นพระชนม์ ได้เสด็จไปประทับเคียงข้างจอมเทพโอสิริสในปรโลก ร่วมกับเทวีเนฟธีสและเทพอนูบิส เพื่อตัดสินชะตากรรมของดวงวิญญาณผู้วายชนม์ทั้งหลาย ไปจนกระทั่งวันสิ้นโลก ซึ่งจะเกิดภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ ที่ทำลายล้างเหล่ามนุษยชาติไปแทบทั้งหมด




หลังจากนั้นจะเป็นยุคทอง ซึ่งจอมเทพโอสิริส และพระชายาทั้งสองจะกลับมาปกครองโลก เพื่อสร้างสรรค์อารยธรรมอันเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง

เหล่าวิญญาณที่ดี จะพากันกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ในวันเวลาอันสวยสดงดงามนั้น และดำรงชีวิตด้วยความผาสุกไปตลอดกาล


……………………………


หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ปกรณัมแห่งไอซิส ตอนที่ 4




กล่าวกันว่า ระหว่างทางกลับสู่ภูมิสถานเดิมนั้น พระเทวีไอซิส มักจะทรงเปิดหีบพระศพออกเป็นระยะ ทอดพระองค์ลงข้างๆ พระสวามี และกรรแสงสะอึกสะอื้น

ไม่ว่าผู้ใดเห็นภาพนั้น ต่างก็พากันร้องไห้ไปกับพระนาง

ในที่สุด เมื่อถึงเขตแดนแห่งอาณาจักรอียิปต์ พระนางทรงให้อัญเชิญหีบพระศพไปซ่อนไว้ที่เกาะเคมมิส เพื่อรอให้ถึงฤกษ์ ที่พระนางจะทรงใช้เวทมนต์ขั้นสูงสุด

คือ มนต์ที่ทำให้พระสวามีฟื้นคืนชีพ

ซึ่งทั่วทั้งแผ่นดินไอยคุปต์ นอกจากพระนางแล้ว ก็ทรงมีแต่เทพธอธเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้

จากนั้นทรงให้เรือ และเหล่านางกำนัลของราชินัสตาร์เตที่ตามเสด็จมาด้วย กลับสู่ไบบลอส

แล้วพระนางเอง ก็เสด็จไปที่วังของนางพญางูวัดเจ็ท ทรงพอพระทัยมากที่พระโอรสได้รับการอภิบาลอย่างดีที่นั่น 

ทรงกอด และหยอกล้อกับพระโอรสที่กำลังซุกซน หลังจากห่างหายไปนาน  แม้จะทรงเหน็ดเหนื่อยจากการตรากตรำอย่างหนัก

พลันนั้น ข่าวอันน่าตระหนกก็มาถึง

พระแม่เจ้า พระองค์และพระโอรสจะต้องเสด็จประทับที่นี่ อย่าเพิ่งกลับไปที่เกาะเคมมิส

นางพญางูรีบกราบทูล

เทพเซธรู้แล้วว่า พระองค์ทรงนำพระสวามีกลับมาอียิปต์ ตอนนี้พวกมันกำลังพากันไปที่เกาะนั้น!




ฉันจะไม่ยอมให้เซธกระทำการอันชั่วร้ายใดๆ กับสามีของฉันอีกพระเทวีตรัสอย่างรวดเร็ว

ฉันจะไปขัดขวางพวกมัน!

พระแม่เจ้าไม่อาจขัดขวางพวกมันได้ ไม่เพียงเท่านั้น พระโอรสจะเป็นอันตรายไปด้วย

นางพญางูยืนยัน

ไม่มีประโยชน์ที่จะเสี่ยง อยู่กับหม่อมฉันที่นี่ พระโอรสปลอดภัย และพระองค์เองสามารถแก้แค้นได้ภายหลังเมื่อโอกาสมาถึง

พระเทวีได้แต่ทรงกรรแสง

พระนางทรงอ่อนล้าเกินกว่าจะทำอะไรได้อีกต่อไปจริงๆ จึงจำต้องทรงยอมกระทำตามคำแนะนำของนางพญางูศักดิ์สิทธิ์

ในขณะเดียวกัน เทพเซธและบริวารก็ค้นพบหีบพระศพที่เกาะเคมมิส เทพเซธถึงกับตรัสด้วยความอาฆาตแค้น

ถ้ายังรักษาศพเอาไว้ได้ วิญญาณของโอสิริสก็ยังคงอยู่ และในไม่ช้า ไอซิสจักใช้เวทมนต์ปลุกให้ศัตรูของเราผู้นี้ฟื้นคืนชีพได้สำเร็จ 

เพราะฉะนั้น ต้องทำลายศพนี้เสีย เพื่อให้วิญญาณของมันถูกทำลายไปด้วย!

และพลันนั้นเอง เทพผู้ชั่วร้ายก็สั่งให้บริวารนำพระศพออกมาตัดเป็นชิ้นๆ จำนวน 14 ชิ้น แล้วให้นำแต่ละชิ้นไปทิ้งกระจัดกระจายตามดินแดนต่างๆ ทั่วอาณาจักร

จากนั้น พระองค์ก็เสด็จกลับดินแดนทะเลทรายด้วยความพอพระทัย
         
เหตุการณ์นี้ ทำให้พระหฤทัยของพระเทวีไอซิสแทบแตกสลาย ความหวังที่จะปลุกพระชนม์ชีพพระสวามีย่อยยับไปในพริบตา

แต่เมื่อทรงบรรเทาอาการโศกเศร้าลงไปบ้างแล้ว พระเทวีก็ทรงทราบด้วยพระปรีชาญาณว่า... 

แม้การที่เทพเซธบั่นพระศพออกเป็นชิ้นๆ เช่นนั้น จะทำให้ดวงพระวิญญาณของพระสวามี เข้าเขตมรณะไปแล้วอย่างสมบูรณ์

แต่ถ้าพระนางทรงนำชิ้นส่วนทั้งหมด กลับมาประกอบเข้าด้วยกันได้ ดวงพระวิญญาณนั้นก็อาจฟื้นคืนขึ้นใหม่ ทำให้พระสวามีกลายเป็นเทพเจ้าผู้ทรงศักดานุภาพอีกครั้ง
         
เทพนารีผู้เลอโฉม จึงจำต้องทรงฝากฝังพระโอรสที่กำลังน่ารัก ไว้กับนางพญางูอีกครั้ง แล้วล่องเรือไปตามแม่น้ำไนล์ ท่ามกลางการอารักขาของฝูงจระเข้ทั้งหลาย

ในการนี้ เทวีเนฟธีสซึ่งไม่อาจจะทนอยู่ร่วมกับเทพเซธอีกต่อไปแล้ว ได้หนีมาจากอาณาจักรทะเลทราย และทรงขอตามเสด็จไปด้วย




ขณะเดียวกัน เทพอนูบิสก็ทรงแปลงร่างเป็นสุนัขไน ตามเสด็จบนบกเลียบฝั่งน้ำ เพื่อถวายการอารักขาไปตลอดทาง

ทั้งสองพี่น้องแวะไปทั่วดินแดนสองฝั่งแม่น้ำ เก็บรวบรวมพระศพทีละชิ้นๆ ด้วยความอุตสาหะ

เมื่อพบชิ้นส่วนพระศพที่ใด ก็โปรดฯ ให้สร้างเทวสถานไว้ที่นั่น และปล่อยข่าวหลอกเทพเซธว่า ทรงให้รักษาชิ้นส่วนพระศพที่พบไว้ในเทวสถานเหล่านั้นด้วย

แต่แท้ที่จริง พระนางกลับนำชิ้นส่วนพระศพที่รวบรวมได้จนครบ 14 ชิ้นไปรวมกันไว้ที่ อบีดอส (Abydos) ทั้งสิ้น

โดยเทพอนูบิส ทำหน้าที่ประกอบพระศพเข้าด้วยกัน แล้วใช้ผ้าลินินเนื้อดีที่สุด พันไว้อย่างแน่นหนา เป็นต้นแบบของการถนอมพระศพกษัตริย์ และราชวงศ์แห่งอียิปต์ต่อมา

เมื่อประกอบพระศพได้สำเร็จแล้ว เป็นเวลาพอดีฤกษ์ พระเทวีไอซิสทรงร่ายพระเวทปลุกดวงพระวิญญาณของจอมเทพโอสิริสทันที




และโดยพลัน จอมเทพโอสิริสก็ทรงฟื้นคืนพระชนม์อีกครั้ง กลายเป็นเทพเจ้าอย่างสมบูรณ์ 

พระวรกายอันงดงามของพระองค์ ทอแสงเจิดจรัสไปทั่วแดนไอยคุปต์ ยังความยินดีเป็นล้นพ้นแก่พระเทวีไอซิส และเทพเจ้าทุกองค์

จอมเทพทรงมีพระดำรัสว่า

ไอซิส, ฉันขอขอบใจที่เธอได้ใช้ความพยายามและความสามารถทั้งหมด จนทำให้ฉันมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง 

ด้วยเหตุนี้ ฉันขอแต่งตั้งเธอให้เป็นมารดาแห่งเวทมนต์และปรีชาญาณ พลังอำนาจ และความจงรักภักดีของเธอ จักเป็นที่กล่าวขานทั่วไปในโลกนี้อีกนับพันนับหมื่นปี

บัดนี้, ฉันตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ฉันไม่อาจครองบัลลังก์แห่งอียิปต์ต่อไปได้อีก เพราะมันจะตกเป็นของผู้เหมาะสมยิ่งกว่า นั่นก็คือลูกชายของเราทั้งสอง 

ขอให้เธอและเนฟธีส จงช่วยเหลือเขาให้บรรลุถึงสิ่งนั้น




ส่วนตัวฉันเองจะไปสู่ปรโลก เพื่อครอบครองที่นั่น ทำหน้าที่พิพากษาความดีความชั่วของผู้วายชนม์ต่อไป 

มื่อเธอทั้งสองสำเร็จภารกิจทั้งหลาย เกี่ยวแก่โฮรุสในอีกไม่ช้านี้ เราจักได้อยู่ร่วมกันในปรโลก

ตรัสจบแล้ว จอมเทพทรงสวมกอดพระชายาอย่างอ่อนโยนชั่วขณะหนึ่ง แล้วเลือนหายไปจากที่นั่น 

ไปสู่ หอแห่งการพิพากษา (Hall of Judgement) แห่งสัมปรายภพ ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นที่ประทับแห่งใหม่ของพระองค์



……………………………


หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด

วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ปกรณัมแห่งไอซิส ตอนที่ 2





เมื่อทรงฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง องค์สุริยเทพก็ทรงรับรู้ว่า ไม่มีประโยชน์อันใดที่พระองค์จะทรงปกครองแผ่นดินโลกต่อไปอีก ยุคสมัยของพระองค์ได้จบสิ้นลงแล้ว

จอมเทพผู้ชราจึงประกาศสละเทวบัลลังก์แห่งโลก ประทานจอมเทพโอสิริส

แล้วพระองค์ก็เสด็จกลับสวรรค์ ทรงดำรงตำแหน่งพระเป็นเจ้าสูงสุดปกครองคณะเทพทั้งปวงที่อยู่ในเทวโลก และยังคงเสด็จประทับบนสุริยนาวา โคจรข้ามขอบฟ้าเพื่อตรวจตราสิ่งต่างๆ ในโลกมนุษย์ต่อไป

ขณะที่จอมเทพโอสิริสเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นผู้ครองแผ่นดินโลกลำดับที่สอง โดยมีพระเทวีไอซิสดำรงตำแหน่งพระราชินี

ปวงเทพทั้งหลายในโลกและเหล่ามนุษย์ต่างปลื้มปีติยิ่งนัก เพราะพวกเขาต่างเฝ้ารอเวลานี้มานานแสนนาน จนแทบจะสิ้นหวังอยู่แล้ว

และจอมเทพโอสิริสก็ไม่ทรงทำให้ผู้เคารพรักพระองค์ต้องผิดหวังเลยครับ

พระองค์ทรงสร้างเมืองหลวงใหม่ขึ้น ประทานนามว่า ธีบีส (Thebes : ภาษาอียิปต์โบราณว่า Waset)  ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความเมตตากรุณา และพระปรีชาญาณอันหลักแหลม ทำให้พสกนิกรต่างดำรงชีพด้วยความร่มเย็นเป็นสุข




ยิ่งไปกว่านั้น ยังทรงกระทำผู้คนของพระองค์ให้พ้นจากความป่าเถื่อน กลายเป็นผู้มีอารยธรรม ทรงบัญญัติกฎระเบียบ เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ นับว่าทรงมีคุณูปการต่อมวลมนุษย์มากอย่างไม่มีประมาณ

อีกทั้งยังทรงสั่งสอนให้นักบวช และประชาชนรู้จักการปฏิบัติบูชาเทพเจ้าอย่างถูกต้อง ตลอดจนการสร้างเทวสถานสำหรับเทพเจ้าแต่ละองค์ตามเมืองต่างๆ โดยทรงสร้างมหาเทวาลัยแห่งธีบีสขึ้นเป็นแห่งแรกสุด เพื่อถวายแด่องค์สุริยเทพรา

ภายใต้การสร้างสรรค์ของพระสวามี พระเทวีไอซิสก็ทรงเป็นกำลังสำคัญ ช่วยรับสนองพระกรณียกิจต่างๆ ให้ลุล่วง

พระนางเองทรงสั่งสอนวิชาหัตถกรรมแก่ผู้ชาย ทรงสอนให้พวกผู้หญิงรู้จักทอผ้า ทรงสอนให้ทุกคนรู้จักการเลี้ยงสัตว์ การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยวและการทำขนมปังจากข้าวสาลี ข้าวบาเลย์ การเพาะปลูกองุ่นเพื่อนำมาทำเหล้าไวน์ การครองเรือน และการอบรมดูแลบุตรหลานอย่างถูกต้อง

ยิ่งไปกว่านั้น ยังทรงสั่งสอนศิลปวิทยาการทุกแขนง แม้จนการแพทย์ เช่นการใช้ยาสมุนไพรรักษาโรค การปรุงน้ำมันหอม การผ่าตัด รวมไปถึงพยากรณศาสตร์และการสาธารณสุข พระนางจึงทรงเป็นที่เคารพรักของทุกชีวิตในโลกเช่นเดียวกับพระสวามี

ในเวลาเดียวกัน เทพเซธซึ่งได้รับเทวโองการจากองค์สุริยเทพ ให้แยกไปปกครองอาณาจักรทางแถบทะเลทราย ก็กระทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

บ้านเมืองของพระองค์มีแต่ความกันดารแร้นแค้น เพราะพระองค์ไม่ทรงใส่พระทัยที่จะสั่งสอนให้ผู้คนของพระองค์รู้จักการกสิกรรม ประชาชนในอาณาจักรของพระองค์ ต่างดำรงชีวิตไม่แตกต่างจากชนป่าเถื่อน พวกเขาต้องล่าสัตว์เพื่อยังชีพ และป้องกันตนเองจากภัยธรรมชาติอันทารุณโหดร้ายไปวันๆ




แต่อันตรายที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด กลับมาจากเหล่าเทพบริวารและขุนนางของเทพเซธ ที่กดขี่ข่มเหงผู้คนเพื่อแสดงอำนาจบารมีอยู่เนืองๆ แล้วก็พากันรีดนาทาเร้น ฉกฉวยผลผลิตที่หามาด้วยความยากลำบากไปสู่ราชสำนัก เพื่อปรนเปรอเทพเซธให้สุขสบายอยู่เพียงผู้เดียว

ซึ่งถึงแม้ว่า เทวีเนฟธิสผู้เป็นชายาจะทรงพยายามทัดทาน ให้ทรงเห็นแก่ความทุกข์ยากของประชาชนบ้าง ก็ไม่เป็นผล

นานวันเข้า คนส่วนใหญ่ก็อพยพย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในธีบีส จนเหลือแต่คนที่มีจิตใจหยาบกระด้างและก้าวร้าวเท่านั้นละครับ ที่ยังสมัครใจอยู่ในการปกครองของเทพเซธ

ไม่เพียงแต่ประชาชนเท่านั้น แม้แต่องค์เทวีเนฟธิส พระชายาของเทพเซธเองก็ไม่อาจจะทานทนได้ต่อไปเช่นกันครับ

เป็นความจริงที่ว่า พระนางไม่เคยพอพระทัยในการเสกสมรสกับเทพเซธ เพราะว่าทรงหลงรักจอมเทพโอสิริสมาตั้งแต่แรก

เมื่อจำใจต้องแต่งงาน และพบว่าพระสวามีเริ่มมีพฤติกรรมเป็นทรราชย์มากขึ้นทุกที ขณะที่ต้องทรงเฝ้ามองจอมเทพโอสิริสกับพระเชษฐภคินีครองรักกันอย่างแสนสุขด้วยความอิจฉา

พระนางตัดสินพระทัยลอบเข้าไปพบองค์จอมเทพ ในคืนวันหนึ่งที่พระเทวีไอซิสไม่อยู่ และถวายน้ำจัณฑ์แด่พระองค์อย่างมากมาย เพื่อเล้าโลมให้ทรงมีสัมพันธ์ด้วย

ในชั้นแรก จอมเทพโอสิริสไม่ทรงยินยอม แม้จะเสวยน้ำจัณฑ์ไปมากเพียงใดก็ยังทรงปฏิเสธ แต่ไม่มีสิ่งใดขัดขวางความต้องการของเทวีเนฟธิสได้หรอกครับ




พระนางทำทีว่าทรงเปลี่ยนพระทัย และเสด็จกลับอาณาจักรทะเลทราย แต่เมื่อออกจากวังของจอมเทพ พระนางก็แปลงร่างเป็นพระเทวีไอซิส รออยู่สักระยะก่อนจะกลับเข้าไปอีกครั้ง

องค์จอมเทพเข้าพระทัยว่าพระชายาเสด็จกลับมาแล้ว ก็ทรงบรรทมร่วมกับพระนาง

คืนวันนั้น เมื่อพระเทวีไอซิสเสด็จกลับมาจริงๆ และได้ทอดพระเนตรว่าเกิดอะไรขึ้น พระนางทรงพระพิโรธเป็นอย่างมาก

แต่ด้วยน้ำพระทัยเมตตา อันยากจะหาเทพอื่นใดทัดเทียม พระนางมิได้ทรงลงโทษประการใดแก่พระขนิษฐา เพียงแต่ทรงมีรับสั่งว่า

การที่เธอกระทำอย่างนี้ ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอดีทุกอย่าง มันไม่แปลกที่ใครๆ จะเคารพรักองค์จอมเทพเท่ากับฉันหรือยิ่งกว่า และเมื่อคิดถึงความประพฤติของเทพเซธแล้ว เรื่องเช่นนี้ก็เป็นที่เข้าใจได้ง่ายขึ้น

เพราะเหตุนี้ฉันจะไม่เอาผิดเธอ และจะยินยอมให้เธอเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งของสามีฉันได้ตามที่เธอต้องการ และหากการกระทำนี้จะเป็นเหตุให้เธอได้รับความเดือดร้อนใดๆ จากสามีของเธอ เธอสามารถแน่ใจได้ว่า ฉันยังเห็นเธอเป็นน้องสาวที่ฉันจะต้องปกป้องคุ้มครองเสมอ

เล่ากันว่า เทวีเนฟธิสถึงกับร่ำไห้ด้วยความตื้นตันใจ และความอิจฉาริษยาที่ทรงมีต่อพระเชษฐภคินีมาตลอดก็สูญสิ้นไปหมด

พระนางเสด็จกลับอาณาจักรทะเลทราย ด้วยความสุขในคืนนั้น และไม่นานก็ทรงตั้งครรภ์พระโอรสองค์แรก โดยต้องทรงอำพรางไว้อย่างสุดความสามารถ มิให้เทพเซธล่วงรู้ได้

เมื่อพระโอรสขององค์เทวีประสูติ ก็ทรงได้พระนามว่า อนูบิส (Anubis) ซึ่งต่อมาพระเทวีไอซิสก็ทรงรับไปเลี้ยงดูในธีบีสเพื่อความปลอดภัย โดยที่เทพเซธไม่ทรงล่วงรู้อะไรทั้งสิ้น

ส่วนเทพอนูบิสก็เจริญพระชันษาขึ้น โดยได้รับการสั่งสอนสรรพวิชาอาคมทั้งหลาย จนเป็นเทพที่ทรงความรู้ด้านเวทมนต์และพิธีกรรมอย่างดีที่สุดอีกองค์หนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ ทำให้เทวีเนฟธิสทรงสาบานว่า หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับครอบครัวของจอมเทพโอสิริสแล้ว พระนางจะทรงอุทิศตัวช่วยเหลือพระเชษฐภคินีอย่างสุดความสามารถ โดยไม่รั้งรอเลยครับ

เมื่อธีบีสเจริญรุ่งเรือง จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก จอมเทพโอสิริสก็ทรงนึกถึงมวลมนุษย์ที่ตั้งหลักแหล่งอยู่ห่างไกลออกไป และยังป่าเถื่อนอยู่

พระองค์จึงทรงสถาปนาพระเทวีไอซิสขึ้นเป็นสุริยรานี ปกครองอียิปต์แทนพระองค์เป็นการชั่วคราว

ส่วนพระองค์เอง พร้อมด้วยคณะเทพผู้ทรงอุปถัมภ์ด้านต่างๆ มีเทพธอธและเทพอนูบิสเป็นต้น อีกทั้งเหล่านักบวช และนักปราชญ์จำนวนหนึ่งก็ออกเดินทางไปทั่วโลก เพื่อสั่งสอนศิลปวิทยาการให้คนเหล่านั้นกลายเป็นผู้มีอารยธรรมต่อไป

ภายใต้การปกครองของพระเทวีไอซิส พสกนิกรยังคงได้รับความผาสุกเช่นเดิมครับ

แต่ในที่สุด เทพเซธผู้ริษยาก็ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป

พระองค์เริ่มสงคราม ด้วยการยกกองทัพเข้าจู่โจมธีบีสเพื่อชิงบัลลังก์ของพระเทวีไอซิส แต่ก็ถูกต่อต้านด้วยเทวานุภาพ จนต้องพ่ายแพ้กลับไปอย่างยับเยิน

แต่เทพเซธไม่เข็ดหลาบ พระองค์นำกองทัพเข้าตีกรุงธีบีสอีกหลายครั้ง แต่ก็ถูกเสนาบดีฝ่ายพระเทวีไอซิสตอบโต้อย่างเฉียบขาด จนต้องพ่ายแพ้ไปทุกครั้งเช่นกัน

องค์เทพเซธเองทรงใช้มนต์ดำ อันมีอานุภาพรุนแรงโหดเหี้ยมที่สุดต่อพระเทวีไอซิส แต่มนต์ดำเหล่านั้นก็ไม่มีผลอะไรเลยกับองค์เทวีแห่งเวทมนต์ชั้นสูงสุด




การที่เทพเซธทรงก่อความวุ่นวายขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ไม่อาจได้รับชัยชนะ ทำให้เหล่าเสนาบดีทูลถวายคำแนะนำพระเทวีไอซิส ให้ทรงส่งทหารที่ไว้ใจได้ไปถวายรายงานองค์จอมเทพ ถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น

แต่พระเทวีก็ไม่ทรงเห็นด้วย และทรงปกปักรักษานครธีบีสต่อไปด้วยเทวานุภาพแห่งพระนางเอง

ในที่สุด เมื่อถึงฤดูกาลที่แม่น้ำไนล์ท่วมท้นสองฟากฝั่ง กระแสน้ำไหลเชี่ยว จอมเทพโอสิริสก็เสด็จกลับมาถึงท่ามกลางความปีติยินดีของชาวธีบีสทุกคน

เมื่อทรงออกว่าราชการอีกครั้ง บนเทวบัลลังก์แห่งโลก พระเทวีไอซิสและคณะเสนาบดี ได้ทูลรายงานสิ่งที่เทพเซธและบริวารได้ก่อขึ้นทั้งหมด

แต่เมื่อสดับแล้ว จอมเทพกลับทรงมีพระดำรัสว่า

คนเราเมื่อทำความชั่วแล้วไม่เป็นผล ในที่สุดก็จะต้องรู้จักสำนึก

เซธเป็นน้องของฉัน เมื่อฉันไม่อยู่ เขาอาจทำอะไรเกินเลยไปบ้าง แต่ฉันกลับมาดังนี้ เขาคงไม่กล้าทำอะไรอีก

และถ้าฉันให้อภัยแก่เขา เขาก็คงกลับตัวกลับใจได้

จงดูเถิด ไอซิส, ฉันได้เดินทางไปทั่วโลก กระทำคนป่าเถื่อนนับแสนให้เป็นผู้มีอารยธรรม แม้แต่คนที่กินเนื้อคนด้วยกันเอง ฉันก็โน้มน้าวใจให้เขาเลิก โดยไม่เคยต้องใช้กำลังบังคับ

แล้วกับน้องซึ่งหลงผิดไปเช่นนี้ มีหรือที่ฉันจะเอาชนะใจเขาไม่ได้?”

พระเทวีไอซิสและคณะเสนาบดี ไม่รู้จะถวายคำแนะนำสิ่งใดได้ นอกจากทูลขอให้ทรงระวังพระอนุชาไว้บ้าง

แต่จอมเทพก็ยังทรงยืนยันพระดำริเดิม พระเทวีไอซิสได้แต่ทรงเก็บงำความหวั่นพระทัยไว้เงียบๆ

เย็นวันนั้นเอง บริวารของเทพเซธขอเข้าเฝ้า กราบบังคมทูลว่า

"เทพเซธซึ่งได้หลงผิดไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้ประจักษ์ในพระบารมีอันศักดิ์สิทธิ์แห่งพระองค์แล้ว และได้เตรียมงานเลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ไว้สำหรับต้อนรับการเสด็จกลับมาของพระองค์

ขณะนี้งานดังกล่าวกำลังจะเริ่ม บรรดาขุนนาง คหบดี และผู้มีชื่อเสียงของทางอาณาจักร ตลอดจนเจ้าครองนครที่อยู่ไกลออกไปต่างพากันมาเฝ้ารอชมพระบารมีของพระองค์"

จอมเทพทรงฉลองพระองค์อย่างหรูหรา และเสด็จไปวังของเทพเซธทันที พร้อมกับทหารองครักษ์เพียงไม่กี่นายเท่านั้น

เมื่อไปถึงก็ทรงเห็นว่า งานเลี้ยงฉลองนั้นเป็นงานใหญ่จริงๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่ทรงรู้จัก ที่ต่างก็โห่ร้องถวายพระพร และชื่นชมพระบารมีขณะเสด็จเข้าสู่ท้องพระโรง

เทพเซธ และเทพบริวารทั้ง 72 องค์ได้รอถวายการต้อนรับอยู่แล้ว และได้ทูลเชิญให้เสด็จประทับในที่สำหรับผู้มีความสำคัญสูงสุดของงาน

ไม่มีสิ่งใดในสายพระเนตร ที่ทำให้องค์เทวกษัตริย์ทรงสำเหนียกถึงภยันตรายครับ

ตลอดงานเต็มไปด้วยเสียงดนตรี อาหารเลิศรส การละเล่น และการแสดงอันน่าตื่นตา เทพเซธทรงสรรเสริญพระองค์หลายครั้ง และทุกครั้งผู้มาร่วมงานทั้งหมดก็ร่วมถวายพระพร 

จนในที่สุด เมื่อถึงตอนท้ายของงาน เทพเซธก็ประกาศว่า ได้เตรียมของขวัญล้ำค่าไว้ชิ้นหนึ่ง เพื่อมอบแก่แขกที่โชคดีที่สุดในงานเพียงคนเดียวเท่านั้น

เหล่าทหารร่างกำยำพากันแบบหีบไม้ขนาดใหญ่มาใบหนึ่ง เมื่อวางมันลงเบื้องหน้าที่ประทับ องค์จอมเทพโอสิริสก็ทรงพระสรวลด้วยความพอพระทัย

มันเป็นหีบไม้ซีดาร์ขนาดใหญ่พอๆ กับผู้ชายคนหนึ่ง ทั้งใบสลักเสลาอย่างงดงามด้วยฝีมืออันไม่มีที่ติ แม้แต่ส่วนที่เป็นลวดลายต่างๆ ก็ฝังทองคำ ประกอบอัญมณีน้ำงามที่สุด สลับงาช้างอย่างวิจิตรพิสดาร แพรวพราวไปทั่ว

หีบใบนั้นสว่างเรืองรองเป็นจุดเด่นที่สุดในห้องนั้น ทันทีที่ทุกคนได้เห็นมัน ทุกคนตกตะลึงจนไม่มีใครทันสังเกตว่า ประตูทุกบานที่จะเข้าออกท้องพระโรงได้ต่างถูกปิดจนหมดสิ้น

เทพเซธให้บริวารคนหนึ่งเปิดฝามันออก พลางป่าวประกาศต่อไปว่า ใครก็ตามที่สามารถเข้าไปในนอนในหีบได้พอดี ก็จะได้ครอบครองมัน

บรรดาแขกรับเชิญ ที่กะว่าร่างกายของตนมีขนาดพอดีกับภายในหีบ ต่างแย่งกันพยายามลงไปนอน จนเทพเซธต้องให้เหล่าเทพบริวารช่วยควบคุมให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

ขณะนั้น จอมเทพโอสิริสก็ทรงพระสรวล และเสวยน้ำจัณฑ์อย่างพอพระทัยมากทีเดียว พระองค์ทรงรักความสนุกสนาน และโปรดที่จะเห็นทุกคนมีความสุข

แต่คนแล้วคนเล่าที่ลงไป ต่างก็ต้องลุกขึ้นมาด้วยความผิดหวัง ท่ามกลางเสียงหัวเราะเซ็งแซ่ ไม่มีใครมีขนาดร่างกายที่พอดีกับหีบใบนั้น

จนในที่สุด เมื่อคนที่คิดว่าเหมาะสมได้ทดสอบจนหมด องค์จอมเทพก็ทรงขอทดลองบ้าง




พระองค์ย่างพระบาทลงไปในหีบ ทรงนั่งลงอย่างขลุกขลักเล็กน้อย และเมื่อพระองค์นอนลงภายในหีบ โดยยกพระกรทั้งสองขึ้นไขว้กันบนพระอุระ ทุกคนก็เห็นชัดว่าทรงประทับในหีบไม้นั้นได้พอดีที่สุด

ยิ่งเมื่อเหล่าเทพบริวารช่วยกันวัดขนาด และพากันลงมติว่าถูกต้อง เสียงถวายพระพรและเสียงปรบมือก็เซ็งแซ่

ทันใดนั้น เหล่าทหารของเทพเซธก็ปิดฝาอันหนักของหีบใบนั้น ดังสนั่นหวั่นไหว มัดซ้ำด้วยเชือกอย่างแน่นหนาและรวดเร็วที่สุด ท่ามกลางเสียงเอะอะ และเสียงกรีดร้องของแขกทุกคน

แต่เทพเซธไม่สนพระทัย

พระองค์สั่งให้ต้อนทุกคนไปรวมกันไว้ที่มุมหนึ่งของท้องพระโรง ขณะที่เหล่าทหารช่วยกันแบกหีบไม้อันเลอค่านั้น ไปโยนลงแม่น้ำไนล์ พร้อมกับศพขององครักษ์ที่ตามเสด็จองค์จอมเทพ

ในไม่ช้า องค์เทวกษัตริย์ก็สิ้นพระชนม์ภายในหีบไม้นั้น



……………………………


หมายเหตุ : เนื้อหาในบทความนี้ มีลิขสิทธิ์ ใครจะนำไปใช้อ้างอิงที่ใด ไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมด จะต้องระบุ URL ของแต่ละบทความด้วย และห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าโดยเด็ดขาด

มงคลและอัปมงคล

  * วัตถุมงคลในบทความนี้ ไม่มีให้เช่าบูชา * ผมเคยอ่านโพสต์ใน facebook ของซินแสฮวงจุ้ยท่านหนึ่ง ท่านแนะนำว่า รูปภาพและสิ่งของที่ทำเลียนแบบโ...